มาอัพเลี้ยวววววววววว ฮี่ๆๆๆ
(เลทโคดดดด เลทไปไหม? - -")
เอาหล่ะ เข้าเรื่อง ฮ่าๆๆๆ (เพราะมีหลายเรื่องเลยต้องรีบเข้าเรื่อง ฮ่าๆ)
เรื่องแรก
เมื่อปลายๆมกรา
เนื่องมาจากคุณแด๊ดต้องไปประชุมที่อิตาลีเปนเวลา 1 อาทิตย์
ป๊าเห็นว่ายุ้ยกะแม่ยังไม่เคยไปอิตาลี ป๊าเลยพาไปด้วย เอิ๊กๆๆๆๆ
(จริงๆเค้าจะพาไปแต่แม่ แต่แม่จะพายุ้ยไปด้วย กร๊ากกกก หวานกรุหล่ะทีนี้)
อิตาลีเป็นประเทศที่อยากไปอยุ่แล้วด้วย เลยลั้ลลาๆๆ ฮิ้วๆๆๆ (แน่หล่ะ มึงไม่ต้องจ่ายเองนี่ - -")
แนะนำเลยน๊า ชีวิตนี้ครั้งนึง ต้องไป อิตาลี!!!
วันแรก เครื่องบินไปลงที่มิลาน(เพราะมีปัญหาเรื่องไฟล์ทไปโรม) เห็นเทือกเขาแอลป์ด้วยอะ ตื่นเต้นๆ
น่านฟ้ามิลาน
ไปถึงก็ต้องต่อเครื่อง ไปลง..ฟลอเร้นซ์ (เนื่องจากป๊าประชุมที่นั่น)
สนามบินฟลอเร้นซ์ (เล็กๆ น่ารักดีนะ)
ลั้ลลามาก นอนโรงแรมอย่างดี โซฟิเทล กร๊ากๆๆๆๆ (บ.ป๊าจ่ายก็งี้ ฮี่ๆ)
เตียงนุ๊มนุ่มมมมม ไปถึง มือแรก พาสต้า~~~
ตั้งใจไว้มามาอิตาลี ต้องมากินพาสต้าให้ครบทุกชนิด
ต้องมากินลาซานญ่าออริจินอลด้วย แต่มื้อแรก ไปกินกันหลายคน (กะกรุ๊ปประชุมป๊า)
ก็เลยได้กินพาสต้าหลายๆอย่าง (สั่งมาแบ่งกัน)
อร่อยมากเลยยย โฮๆๆๆๆ มอสเซลล่า(อ่านงี้ป่าววะ?)ชีสอร่อยอย่างแรง
เป็นชีสมีชื่อของอิตาลี
ไม่เค็ม ไม่เลี่ยน มันจะมันๆอ้ะ เหมือนวีปครีม(ที่ใส่ไอติม วีบครีมจืดนะ) แต่เนื้อหนักกว่า
(กินแล้วนึกถึง อคนช ฮ่าๆๆๆ)
แล้วตอนบ่ายก็ไปเมืองเซียน่า ไม่มีไรมาก ข้าพเจ้าขอข้าม
(ป๊าได้ไวน์มาสามขวด แพงเหอะ)
แต่..ที่อิตาลีหนาวอย่างแรงงงงงงง กรี๊ดดดดดดดด ชอบบบ ชอบอากาศหนาว
กลับมาก็ดินเนอร์ๆๆๆๆ พาสต้าเมหือนเดิม แต่เส้นต่างไป
(จำชื่อเส้นไม่ได้ ฮ่าๆๆๆ)
อร่อยอ้ะ เปนซอสครีมชีส กินแล้วไม่เลี่ยนแบบบ้านเรา เหอๆๆ
วันที่สอง ฟลอเร้นซ์
เนื่องด้วยการประชุมครัง้นี้ หรูหรา ไฮโซ คนมาจากทั่วโลกเพื่อประชุม
งานใหญ่มาก เค้าเลยมี sprouce program หรือโปรแกรมสำหรับคู่สมรสไว้ให้
เป็นซิติ้ทัวร์ประมาณนั้นแหละ ท่านแม่ก็เลยลากยุ้ยไปเป็นเพื่อน
จะบอกว่า คุ้มอย่างแรง เนื่องจาก ฟรี และเลี้ยงดูอย่างดี (มื้อกลางวันไฮโซโคดดด)
กร๊ากกก (ห่วงกิน ฮ่าๆๆๆ) (เราไม่คิดว่ามันจะเว่อร์แบบนี้เหมือนกัน)
มื้อกลางวันที่หรูหรา ไฮโซมากกกกกก ดีนะเลือกหยิบช้อนเป็น ฮ่าๆ (เห็นช้อนกะแก้วละมึน - -")
(เค้าปิดตึกเก่าตึกนึงเลี้ยงอาการเลยอ้ะ โฮกกก)
เป็นนางเอก กินน้ำส้ม ฮ่าๆ
ตอนเช้า ก็พาไปโบสถ์ก่อนเลย โบสถ์ซานตาครูซ หรือภาษาอิตาเลี่ยนอ่านว่า
โบสถ์ซานตาครูเซ่ เป็นโบสถ์ที่สำคัญมากเลยนะ
เพราะว่าเป็นที่ตั้งหลุมศพของศิลปินเอกของโลก
"ไมเคิล แองเจลโล่" และของ นักอักษรศาตร์ชื่อก้องโลก "ดานตี"
แล้วก็จำลองหลุมศพเพื่อเป็นการระลึกถึง "กาลิเลโอ"
โอ้ววววว ซาบซึ้งอย่างแรง ฟังไกด์(ฝรั่ง) อธิบายๆ ก็คือประมาณว่า
ที่นี่ เมืองฟลอเร้นซ์เนี่ย เปนบ้านเกิดของไมเคิลแองเจลโลแหละ
เค้าก็เลยเอาศพมาฝังที่นี่ ... ซาบซึ้งในศิลปะอย่างแรงอ้ะ 5555
แล้วจิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์ก็เปนแบบเฟรสโก้ คือแบบปูนเปียก
ซึ่ง...เวลาวาดต้องวาดโดยที่ปูนยังไม่แห้งอ้ะ ถ้าผิดก็ต้องกะเทาะปูนทิ้ง โฮกกก
นับถือจิตรกรสมัยก่อนอย่างแรง (ใครบอกจิตรกรรมฝาผนังที่วัดพระแก้ว หรือที่บ้านเราดี
ลองมาดูที่อิตาลี แล้วคุณจะพบว่า....บ้านเราอ้ะ ธรรมดาไปเลย) เพราะของเค้าทำได้สวยมาก
แบบวาดรูปบนพื้นราบให้ดูนูนๆ เปนสามมิติได้ด้วยอ้ะ โฮกกกกกก (ไม่เคยเหน ตื่นเต้น)
อ้ะต่อๆๆๆ แล้วตามผนัง ก็จะเป็นโลงศพแบบฝังเข้าไปเลยอ้ะ
แล้วก็ตกแต่งรูปแกะสลักอย่างงาม สวยมากๆ
บางอันไมเคิลแองเจลโล่เป็นคนทำด้วยนะ..
ตามเสาก็เป็นรูปปั้นหินอ่อนงี้ ไรแบบนี้อ้ะ (พยายามถ่ายรุปแล้ว แต่ไม่เห็นอ้ะ โบสถ์มันมืด)
โบสถ์ซานตาครูเซ่
หลุมศพไมเคิลแองเจลโล
แต่เค้าบอกว่า ตอนแรกอ้ะ ไม่ได้เป็นงี้นะ นี่คือเคลื่อนย้ายมาทีหลัง
เค้าเสียชีวิตที่ไหนไม่รุ้ จำไม่ได้ แล้วหลุมศพก็ธรรมดามากๆ
แต่ตอนหลังทางการย้ายมาไว้ที่บ้านเกิด ที่โบสถ์นี้นี่แหละ
แล้วตกแต่งให้สวยงามเพื่อให้เกียรติ แล้วก็ระลึกถึงอ่ะ

ข้างในโบสถ์ (ดูแล้วหันไปถามแม่ว่า นี่คนทำด้วยมือจริงๆหรอ)
อันนี้ตึกไรไม่รุ้ เดินๆไปเจอ แล้วไกด์บอกว่าเปนเฟรสโก้ เลยถ่ายมา เหอๆ
ตอนดูแต่ละที่นี่แบบ...เพลงนึงแว่บเข้ามาในหัวเลยเว้ย...
"ศิลปินอยุ่เพื่ออะไร...ยืนยงเพื่อจรรโลงสิ่งใด
แต่ศิลปินก็ภาคภูมิในใจ ที่ได้สร้างเพื่อมนุษย์ธรรม"
(เพลงมหาลัยนั่นเอง ฮ่าๆ)
พอตอนบ่าย...
เค้าก็พาไปดูประติมากรรมชิ้นเอกของโลก ผลงานของไมเคิลแองเจลโล่
ก็คือ "THE DAVID" หรือที่ยุ้ยเรียกว่า พี่เดวิดขา นั่นเอง กร๊ากกกกกกกก
อยู่ใน Accademia ART GALLERY หรือ DEVID Bargello MUSEUM
จะมาดูพี่เดวิดตัวจริง เสียงจริง กะทิงแดง ต้องมาดูที่นี่แหละ (แต่เค้าปิดวันจันทร์นะ อย่าไป เหอๆ)
คือยุ้ยเคยเห็นในทีวีไรงี้มานะ แต่พอมาเห็นจริงๆแล้วขนลุกอ้ะ
ไมเคิลแองเจลโล่แกะสลักได้ละเอียดมากกก...แล้วพี่เดวิดทำมาจาก หินอ่อนอ้ะ
คิดดู...แกะหินไม่ใช่เรื่องง่ายๆอ้ะ แล้วออกมาดีได้ขนาดนี้อ้ะ ขนลุกๆ
แบบ..ไม่เคยเห็นรูปปั้นที่ไหนมีเส้นเลือดชัดขนาดนี้ไง 555
แล้วเค้าว่ากันว่า พี่เดวิดขาของน้องยุ้ยเนี่ย เป็นผู้ชายที่หล่อที่สุดในโลกอ้ะ
คือเป็นคนในจินตนาการของไมเคิลแองเจลโล เชื่อกันว่าเป็นฑูตจากพระเจ้า
เป็นผู้ชายที่สมส่วน ดูดี ที่สุดในโลกอ้ะ (แต่พี่เดวิดตัวใหญ่หว่ะ - -")
เป็นผลงานมาสเตอร์พีซของไมเคิลแองเจลโล่ และของโลก(รึป่าวววะ?)
ใครมาอิตาลี ไม่มาฟลอเร้นซ์เพื่อดูพี่เดวิดขา ถือว่าพลาด อย่างแรงงงง
แล้วก็คือ..จิงๆวันนั้นอ้ะ พิพิธภัณธ์นี้เค้าปิดไง
แต่องค์การที่จัดประชุม สามารถค่ะ ทำให้พวกที่ไปโปรแกรมนี้เป็นอภิสิทธ์ชนได้
เพราะเค้าเปิดพิพิธภัณฑ์ให้เปนกรณีพิเศษ แถมถ่ายรูปพี่เดวิดได้อีกต่างหาก
(ปรกติห้ามถ่าย ฮ่าๆๆๆ) ยุ้ยก็ไปถ่ายคุ่กะพี่เดวิดมานะ แต่เอารูปพี่เดวิดเดี่ยวไปละกัน กร๊ากก - -"

อันนี้เป็นอีกห้องนึงเก็บบล๊อกรูปปั้นของนักเรียนศิลปะสมัยก่อนอ้ะ
THE DAVID masterpiece of MICHEL ANGELLO
แล้ว มีของว่างเลี้ยงด้วยความหรูหราอีกครั้ง โดยการ เลี้ยงในมิวเซียมนั่นแหละ!!
คือ เยื้องๆจะพี่เดวิด จะมีห้องๆนึง โชว์รูปภาพเหมือนกันอ้ะ
เค้าเข้าไปจัดของว่างเลี้ยงในห้องนั้น ออกแนว กินไปดูรูปไป เหอๆ
(ไม่มีที่ไหนทำนะเว้ยเห้ยยยย ) น้ำกรีนแอบเปิ้ลอร่อยอย่างแรง ชอบๆๆๆ
รูปของว่างที่เตรียมไว้
เออๆๆๆ ลืมเล่า แต่ละกลุ่มอ้ะ คือเค้าจะแบ่งเป็นกลุ่มๆแล้วพาไปไง
แต่ละกลุ่มอ้ะ จะมีคุณบอดี้การ์ดด้วยหละ โห บุคคลสำคัญอย่างแรง ฮ่าๆๆ
เพราะว่าแต่ละคนที่ตามสามี(หรือภรรยา)ไปประชุมอ้ะ คุณนายทั้งนั้นไง
ไฮโซกันโคดๆๆ พวกคุณนายธุรกิจน้ำมัน ทั้งนั้น (ยกเว้นยุ้ยกะแม่ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)
เค้าเลยกลัวเรื่องความปลอดภัยมากๆ เลยต้องมีการ์ด
แล้วที่สำคัญ....คุณการ์ดหล่อ กรี๊ดดดดดดดดดด ชอบบบบบ
(พูดมาตั้งนาน ประเด็นมันอยุ่ตรงนี้นี่แหละ ฮ่า)
หมดจากพี่เดวิด เค้าก็ปล่อยเดินกลับโรงแรม
(ก็เพิ่งรู้ว่าพี่เดวิดขาอยุ่ใกล้โรงแรมอย่างแรง ก็รถพาไปอ้อมเมืองนี่หว่า)
แล้วด้วยป๊ายังประชุมไม่เส็ด เลยไปเดินถ่ายรูปเมืองกะแม่ ฮี่ๆ
(และหมายมั่นปั้นมือไว้อย่างแรงว่า..จะต้องกินเจลลาโต้ให้ได้โว๊ยย)
เจลลาโต้คือไอตืมของอิตาลี มีชื่อเสียงมากๆนะไอติมของอิตาลีอ้ะ
(แต่สรุป กรูไปได้กินที่โรม สาธุ ทั้งๆที่ฟลอเร้นซ์ดังเรื่องเจลลาโต้แท้ๆ)
วิวยามเย็น เมืองฟลอเร้นซ์ ฮี่ๆๆๆๆ
วิวงามๆของฟลอเร้นซ์ (ถ่ายอีกวันนึง เหอๆๆๆ)
อันนี้วิวไม่สวยแล้ว (เพราะมีอิยุ้ยนั่นเอง ฮ่าๆๆๆ)
จบอิตาลีไปอีก 1 วัน เจอกันพาร์ตหน้า ยังคงอยู่ฟลอเร้นซ์
(ยังเที่ยวไม่ทั่ว ยังมีทัวร์หรูหราอีกวัน ฮ่าๆๆๆ)
เท่าที่เราสังเกต อิตาลีเมืองแฟชั่นจิงด้วยสินะ..
คนเค้าแต่งตัวกันแฟชั่นจ๋ามากๆอ้ะ แต่แบบไม่ใช่แฟชั่นแบบญีป่นนะ
อิตาลีเค้าจะแฟชั่นแบบคุณนาย ใช้ของแบรนด์
แต่การแต่งตัวจะแมตช์แล้วดูดีมาก ดูไฮโซ แต่ไม่เว่อร์
กุชชี่ที่อิตาลีถูก (แต่ก็แพงสำหรับเราอยู่ดี ฮ่าๆๆ)
อ้อ คอสเม ถ้าจะถาม ไม่ได้ซื้อมา เพราะว่า...มันแพง(มาก)
(แต่ของ CK ถูกหว่ะ) ได้อายครีมของเยอรมันมาอันเดียวเอง
เชื่อป่าวว่าห้าหกวันในอิตาลี ยุ้ยใช้ตังค์ไม่ถึง 50 ยูโร (ยูโรละ 50 เหอๆ)
เพราะมันแพงมาก ซื้อไม่ลงอย่างแรง (คิดถึงญีป่น ฮ่องกงเลยอ้ะ ฮ่าๆ)
เออๆ ตอนอยู่อิตาลี คนอิตาลีเค้าเรียกเราว่าไรรุ้ป่ะ?
เรียกว่า "ซินยอริต้า" ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ชอบอ้ะ เป็ฯซินยอริต้า
เหมือนเจ้าหญิงดี เอิ๊กๆๆๆๆ (แต่ไม่ต้องการให้ใครมาไดเตะนะจ๊ะ อิอิ)
เรื่องต่อปายๆๆๆ
กรูได้ A วรรณคดีวิจารณ์ค่า....
ทำไมค๊า..ทำไมญี่ปุ่นไม่ได้ค๊า - -"
ไม่หรอก จริงๆเรื่องของเรื่องอ้ะ คือ..
ยุ้ยเอาพี่เรียวไปเขียนอีกแล้วหว่ะ เอาเรื่องอิจิลิตรไปยกย่อง ฮ่าๆๆๆ
(แล้วเพิ่งมานึกได้มะวานว่า ตอนถอดความส่งอ. เอาเพลง PINKY
ของ อกนช ณ คต. ไปส่งนี่หว่า กร๊ากกก) เพลงเรตๆ กรูเลยได้ A 5555
จบเถอะ
ปล. ฝึกงานก็ดีนะ แต่บางวันว่างเกิ๊นนนน
ปล. ทำไมเจ้าของบ.ที่เราฝึกงานอยุ่พูดกะลูกค้าไม่ดีเลยวะ ไม่ชอบเลย พูดเหมือนตะคอกลูกค้า กะอีแค่ลูกค้าขอแถมเป๋าใบนึงเนี่ย มึงฟันกำไรเค้าตั้งเท่าไหร่ ห่า - -"
ปล. บิ๊กอาย ปิ๊งๆๆๆ
ปล. สงกรานต์จะไปเที่ยวว (อีกละ)
ให้ดราก้อนบอลตัวเองเล่น ฮ่าๆๆ