2009/Nov/14

กลับมาแล้วค่ะ

หายไปเปิดเทอมมาอย่างสนุกหนาน (เหรอ?)

เทอมสุดท้ายแล้ว งานเยอะ วิชาเรียนยาก อนาถตัวเองจริงจัง T^T

แง๊~~ เอาชีวิต นศ.เทอมสุดท้ายแบบชิวๆของนุ๋มานะ

*งอแง* 



เอาหล่ะค่ะ เข้าเรื่องๆๆๆ

เมื่อเอนทรีย์ก่อนโน้นนนนนนนนนนนนนนน

ยุ้ยโม้เอาไว้ว่า ไปดูหนังเรื่อง NY,I LOVE U มา

แล้วจะมาเล่าให้ฟังชิมิ แต่ว่าทีนี้ คือว่ามันติดโน่นติดนี่ไง เหอๆ

เลยไม่ได้มาเล่าซะที ล่วงเลยจากวันที่ไปดูมาถึงสองอาทิตย์ แหะๆ

ช้าเอาโล่อีกแล้วยุ้ย อีผู้หญิงดีเลย์~~~

(มีใครอยากอ่านไหมเนี่ย... แต่ยุ้ยอยากเขียนอ่ะ)






ตอนแรกเนี่ยไม่รุ้เลยนะว่ามีหนังเรื่องนี้อยู่

จนอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับนึง เค้ารีวิวหนังเรื่องนี้ไว้ 

ว่า "เป็นหนังเรื่องสั้น 11 เรื่อง 11ผู้กำกับ กับความรัก 11แบบ 

ที่ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นใน NY ทั้งสิ้น"




พออ่านแล้วเลยสนใจอยากไปดูว่า เรื่องมันจะเป็นยังไง

ประกอบกับยุ้ยมีความหลังกะเมืองๆนี้นิดหน่อย ฮาๆๆๆๆๆๆ 

ก็เลยอยากไปดูขึ้นมาทันที 

ไปดูที่เซนเวิร์ลมา (ไม่รุ้ว่าตอนนี้จะออกไปรึยังนะ)

แต่ว่า มันคุ้มมากเลยที่เสียค่าบัตรเข้าไปดู T^T





บอกก่อนว่ายุ้ยไม่ใช่คนชอบดูหนังรักเลย

ไม่ชอบหนังเลี่ยนๆด้วย คือ ถ้าพล๊อตแบบเกาหลี

หรือพล๊อตไม่น่าสนใจก็ไมเสียเงินเข้าไปดู

(ยกเว้นอีจิน หรือเรียวจังเล่นเท่านั้นแหละ ฮ่า หนังญี่ปุ่นเราต้องอุดหนุน)

รถไฟฟ้ายังไม่ดูเลยเหอะ เนื่องจากกลัวเฉา เพราะคงดูคนเดียว ก๊ากกกก

พูดง่ายๆ หนังรักไม่ได้แอ้มเงินยุ้ย ฮาๆๆๆๆ 





แต่เรื่องนี้ที่ยอมไปดูเพราะว่า มันเปน NYC หนะสิ!! 

(เหตุผลแค่นี้จิงจัง ช่างมีเหตุผลเหลือเกิน)



พอเข้าไปในโรง มีคนดูอยู่ไม่ถึงยี่สิบคนอ่ะ 

และส่วนใหญ่ เด็กอินเตอร์ -*- 

มันสปีคอิงลิชกันใหญ่เลย เหอๆๆๆๆๆๆๆๆ

(จะบอกว่าโคนาให้ปิดมือถือเวอร์ชั่นแพนด้าขำโคดดดด กรุณาไปหาดู)

 

อาจจะแอบสปอยล์นิดนึงนะคะ ใครไม่อยากอ่านข้ามไป

 


ดูเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่า มันเป็นหนังที่อบอุ่นนะ 

ด้วยเพราะว่า มันเปนเรื่องสั้นๆที่เค้าเอามาเชื่อมๆกันด้วยหล่ะมั้ง 

มันก็เลยลงตัว แล้วแบบไม่หวาน ไม่เลี่ยนแบบกำลังดี 

มันทำให้ได้เห็นมุมมองความรักหลายๆแบบ

ของคนหลากหลายไลฟ์สไตล์ที่อาศัยอยุ่รวมกันในNYC

โดยผู้กำกับซึ่งกำกับทั้งเรื่องเนี่ย เอาทุกเรื่องมาเชื่อมต่อกันอย่างลงตัวอ้ะ

คือตัวละครในแต่ละเรื่องจะมีความสัมพันธ์กัน 

เช่นแบบ บังเอิญเจอกัน คุยกัน หรือ บ้านใกล้ๆกัน อะไรแบบนี้




แล้วเนื้อเรื่องมันก็ไม่ใช่ความรักแบบฝันๆ แบบละครโกเรียอ้ะ

มันเป็นความรักที่เกิดขึ้นจริง เป็นความรักในโลกของความจริง

แต่หลากหลายมุมมอง หลายรูปแบบที่ถ้าใครเคยไปใช้ชีวิตที่ NYC 

มากกว่าสองอาทิตย์ ยุ้ยว่าน่าจะสังเกตเห็นได้นะ

(ถ้าใครไม่สนใจแต่ชอปปิ้งอ่ะนะ เหอๆๆ)

(ตัวยุ้ยเองก็ไปอยู่มาเป็นเดือนๆ ไม่ได้อยู่ใน NYC แต่ว่าเข้ามาทุกวันเลย เหอๆ)

 

*เริ่มสปอยล์ละนะคะ*

บทสรุปของเรื่องทั้งหมด เป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มาก

คือตอนดุเนี่ย นึกไม่ออกนะว่ามันจะมีตอนจบยังไง

พอเห็นตอนจบแล้วแบบ..แปลกใจนิดหน่อย ฮาๆๆๆ

คือว่า สรุปแล้ว เรื่องทั้งเรื่องที่เราดูมา เนี่ย

มันเป็นเหมือนการถ่ายทำสารคดี ของผู้หญิงคนนึง เกี่ยวกับความรักอ่ะ

ซึ่ง ในหนังจะเห็นผู้หญิงคนนี้อยู่สามสี่ฉาก ถือกล้องเดินไปมา 

แล้วไปนั่งอัดในร้านค้า อะไรงี้  แล้วก็จะมีตัวละครในทุกเรื่อง 

เข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนี้ด้วย ทั้งบังเอิญเจอ นั่งข้าง

เดินมาบอกราตรีสวัสดิ์อะไรแบบนี้อ่ะ ยุ้ยว่ามันจบสวยนะ 

(ตอนจบหนังเค้าบอกว่า มันมาจากพลอตของผู้หญิงคนนึงที่เค้าเดินถ่ายแบบนี้แหละ)



ในหนัง เรื่องสั้นแต่ะเรื่อง ก็จะทำให้เห็นชัดเลยว่า เรากำลังพูดถึงเรื่องนี้อยุ่นะ

คืออธิบายไงดีหว่า ... 

ถึงตัวละครจะเกี่ยวข้องกัน แต่ว่ามันไม่ได้นัวกันจนงงอ่ะ 

คือ เรื่องของคุ่นี้ๆ ก็คุ่นี้ๆไปเลย พอเรื่องของคุ่นี้จบ

ก็จะมีเนื้อเรื่องเชื่อมเพื่อเข้าเรื่องสั้นต่อไป ซึ่งมันเชื่อมโอเคเลยนะ

บางทียุ้ยงงว่าตกลงอันไหนมันเรื่องสั้นกันแน่วะ ฮาๆๆๆๆๆ

เป็นหนังที่ดูแล้วจะอินไปกับบรรยากาศด้วย 

ยุ้ยว่าเค้าเข้าใจเลือกโลเกชั่นอ่ะ บางที่คนที่เป็นนักท่องเที่ยวอาจจะไม่เคยเห็น 

เช่น ย่านผู้หญิงกลางคืน  ผับบาร์ ไชนาทาวน์ โซโห

หรือใจกลาง central park อะไรพวกนี้




เรื่องที่ชอบๆก็มีหลายเรื่อง 

ที่ชอบที่สุดคงเป็นเรื่องของ คุณตาคุณยายอ้ะ

เป็นเรื่องสั้นเรื่องสุดท้าย แต่ว่าดูแล้วอบอุ่นมากๆๆๆๆๆ

คุณตาคุณยายใน NYC เดินเล่นกัน ไปฉลองวันครบรอบแต่งงาน60ปีกันสองคน

เพราะลูกๆย้ายไปเมืองอื่นๆกันหมดแล้ว 

ยายก็ดูแลตา ตาก็ดูแลยาย บ่นกันไป ตีกันไป ตลอดทาง

แต่พอไปถึงสถานที่ๆเปนความทรงจำของทั้งคู่ คือตากับยายน่ารักมาก

ตาให้ยายเกาะแขนแล้วซบอ่ะ ยืนกัยริมน้ำ คือ มันไม่ได้หวานนะ 

แต่มันรับรู้ถึงความผู้พันธ์ของคนสองคนได้อ่ะ ซึ้งมากๆๆๆๆๆๆๆ



อีกเรื่องที่ชอบ คือเรื่องคุณจิตรกร กับสาวจีน 

เรื่องของเรื่องคือ จิตรกรเค้าอยากวาดรูปผู้หญิงจีนคนนี้ 

ซึ่งสาวคนนี้เปนลูกสาวของร้านขายยาจีน แถวๆย่านคนจีนในแมนฮัตตัน

ซึ่ง จิตรกรเป็นฝรั่ง อยุ่ห้องเช่าเล็กๆ แคบมากกกก  รกมากกกก 

เพราะว่ามันเอาไว้ให้คนจีนเช่าถูกๆอ้ะย่านนั้น  แล้วตึกที่จิตรกรคนนี้อยุ่

มันตรงข้ามกะร้านขายยาพอดี ทำให้เห็นผู้หญิงคนนี้บ่อยๆ 

วันนึง ภาพผู้หญิงคนนี้ก็แว่บเข้ามาในหัวตอนเค้ากะลังกินข้าวในร้านอาหารจีน

เค้าก็เลยใช้ซีอิ้วในขวดบนโต๊ะ เทๆ แล้ววาดเปนรูปบนกระดาษทิชชุ

วาดเปนโครงๆหน้าอะนะ รายละเอียดยังไม่ได้ลงลึกมาก


แล้วพอเค้ากลับมาที่ห้องเค้าก็วาดลงผ้าใบ 

แต่ก่อนจะวาด เค้าไปที่ร้านยาจีนของผู้หญิงคนนั้น ไปชวนมาเปนแบบ 

แต่ว่าผู้หญิงไม่มา เพราะว่าพ่อคนจีนเค้าอยุ่ อะไรแบบนี้ 

ซึ่งจริงๆแล้วเค้าก็อยากไปเปนแบบให้ 

จนวันนึง จิตรกรคนนี้วาดรูปผู้หญิงคนนี้โดยใช้จินตนาการเอา

วาดด้วยสีน้ำตาลทั้งหมดเลย เปนแบบโครงๆ เส้นๆ เหลือแค่ตากะปากที่ต้องเก็บรายละเอียด

วาดไปดื่มเหล้าไป (เรื่องปกติของจิตรกร?)  แล้วอยู่ๆเค้าก็นอค

แบบล้มลงไปบนรูปเลย (ผ้าใบใหญ่มากจนต้องวงนอนกะพื้น) 

แล้วสักพักเค้าตื่นขึ้นมา เลือดออกที่ปาก เพราะเค้าปากกระแทกอ่ะ 

เค้าก็เอาปากเค้าแปะลงไปบนปากผู้หญิงในรูปให้ได้สีแดง

แล้วก็เอาพู่กันแต้มๆอ้ะ (ตายังโป๋อยุ่ ยังไม่ได้วาด)

แล้ว ทีนี้อีกวันนึง ผู้หญิงเค้าก็สงสัยว่าทำไมจิตรกรคนนี้ไม่มาซื้อยาจีน

พอพ่อเค้าหลับ เค้าก็เลยแอบวิ่งเข้าไปที่ตึกที่จิตรกรอยู่ (ออกแนวรุ้ตึกไม่รู้ห้อง)

ปรกฏว่า ไปเจอ เจ้าหน้าที่กำลังขนย้ายรูปต่างๆ รวมถึงรูปตัวเค้าเองออกจากตึกไป

เค้าก็ถามถึงคนวาดภาพอ่ะ เจ้าหน้าที่บอกว่า เค้าตายไปแล้ว

(ทั้งที่รูปยังไม่เส็ด เหลือตา) ผู้หญิงก็เลยชอคๆ

แล้วมองไปเจอ รูปเดียวกันที่จิตรกรวาดลงทิชชู่ เค้าก็เลยเอามาเก็บไว้

พอเห็นว่ายังไม่มีตา เค้าก็เลยไปซื้อกล้องแบบใช้แล้วทิ้งอ่ะ

มาถ่ายตัวเอง แล้วอัดออกมา เอาตาตัวเองแปะไปบนรูปทิชชุอันนั้น...

แล้วก็จบ


คือ เรื่องมันอาจจะไม่ได้ดูหวือหวา ไม่ได้เน้นเรื่องความรัก

แต่ยุ้ยก็รู้สึกได้อ่ะ รับความรู้สึกที่ผูกำกับต้องการสื่อได้

มันอธิบายยากแห๊ะ คือ... มันไม่ได้เศร้า หรือไม่ได้หวานอะไร 

ไม่ใช่ความรู้สึกแบบนั้น แต่ว่ามันอบอุ่นอ่ะ เหมือนแบบ 

อยากทำฝันของคนๆนั้นให้เสร็จ

โดยมีความผูกพันธ์ที่ได้เจอกนทุกวันมาเกี่ยวด้วยอะไรแบบนี้

เรื่องนี้เลยชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 



เรื่องที่งงๆก็มีนะ เรื่องป้านักร้อง ณ ปารีสอ่ะ งง เหอๆๆ

ไม่เข้าใจ รู้แต่เค้าจะสื่อถึงความรักในศักดิ์ศรี ในความเปนนักร้องของป้าแก

แต่เรื่องอื่นๆไม่ค่อยเข้าใจ T^T 




ตอนที่เห็นกัน ที่โฆษณาเยอะ คือที่ผู้หญิงพิการแล้วมีผู้ชายดูแล ก็น่ารัก 

ซึ่งจริงๆเค้าไม่ได้พิการหรอก ฮา เค้าซ้อมละคร อะไรงี้ 

ชีจะมีประโยคเด็ดของชี เวลาผู้ชายท้อถอย ชีแค่พูดว่า 

"Make your wish"  แค่นั้นเอง ผู้ชายเลยรุ้สึกว่า

ผู้หญิงคนนี้พิเศษไม่เหมือนใคร

แล้วจบด้วยการ ที่ผู้ชายเค้าบอกว่า ใน NY มีนักแสดงสองแสนคน 

สิบเปอร์เซนต์ของสองแสนเป็นนักแสดงอาชีพ

และอีก 2% ของ 10% เป็นนักแสดงที่ทุ่มเทกับการแสดงอย่างจริงจัง

(หนึ่งในนั้นคือผู้หญิงคนนี้ ) 

แล้วเค้าก็เลยบอกว่า 

"I love NY because NY give me a real love"

โอ้ น่ารักเอาโล่ไป ฮาๆ

 


เรื่องของผู้หญิงทำงานกลางคืนใน NY ก็น่าสนใจ

เค้าบอกว่ามีผู้ชายมากมายที่พยายามจะตื้อนอนกะเค้า คุยกะเค้า

but  you just pay, and I'll go with you ประมาณนี้

แล้วชอบที่เค้าพูดว่า 

เค้ารักเมืองนิวยอร์กเมืองนี้ เพราะมันทำให้เค้าได้พบเจอผู้คนมากมาย 

ได้พูดคุยเรื่องอะไรก็ได้กับคนที่ไม่รุ้จัก เพราะบางเรื่อง

มันเปนเรื่องที่เล่าให้คนใกล้ตัวฟังไม่ได้ เก็บไว้ก็อึดอัด

ได้คุยกะคนแปลกหน้าก็จะสบายใจกว่า


ถ้าใครเคยไปใช้ชีวิตอยุ่ที่นั่น..จะเห็นบ้างว่า

คนที่ไม่เคยรุ้จักกันเลย เค้าจะพูดคุย บ่นๆกันได้ทุกเรื่อง

เพียงแค่การรู้จักกันทางการขอต่อบุหรี่กันอ่ะค่ะ

เหมือนคอมปาเนียนคนสูบบุหรี่ ขอต่อบุหรี่ แล้วก็บ่นๆให้กันฟัง

ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องบนเตียงนะ

แล้วก็คือ เค้าก็จะจบกันแค่นั้นนะ ต่างคนต่างไม่สานต่อ

ต่างคนต่างเปนผู้ฟังที่ดี ฟังแล้วก็จบๆกันไป แล้วก็เดินแยกกันไปคนละทาง 

ยุ้ยว่านี่มันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของ NYC นะ

ซึ่งยุ้ยไม่เคยเห็นที่ประเทศอื่นๆ เมืองอื่นๆอ่ะ (หรือว่ายุ้ยโลกแคบไป?)

(ญี่ปุ่นนี่ไม่มีแน่ๆแบบนี้ มั่นใจอย่างแรง)



แล้วก็มีเรื่องของความรักระหว่างคนขาวกะคนดำ

คือแต่งงานกันไป มีลูกกันไปแล้วหย่ากัน ผลัดกันเลี้ยงลูก 

ลูกเป็นคนขาว ผู้หญิงเปนคนขาว ผู้ชายคนดำ เปนนักแสดงละครเวที

ทั้งสองคนจากกันด้วยดีนะ คือ มันเหมือนกับผู้กำกับจะสื่อว่า

ช่องว่างคนขาว กะคนดำมันน้อยลงแล้ว ประมาณนั้น 

(เพราะ NYC คนดำเยอะ จะอยู่ย่านฮาเร็ม)

แล้วพอคนอื่นเห็นคนดำ เลี้ยงเด็กผู้หญิงผิวขาวด้วยความอ่อนโยน

ทุกคนค้าจะคิดว่า ผู้ชายคนนี้ เป็นพี่เลี้ยงผู้ชาย

(ส่วนใหย๋ คนดำจะได้ทำงานที่ไม่ค่อยดีเท่าคนขาวอ่ะค่ะ 

เปนแม่บ้าน เป็นพี่เลี้ยง ไรงี้อ่ะนะ แต่เด๋วนี้ดีขึ้นเยอะแล้ว)

คือยุ้ยว่าเจอใครทักคำนี้แล้วถ้าเปนยุ้ย ยุ้ยเฮิร์ทนะ

แต่ผู้ชายคนนั้นเค้ายิ้มรับด้วยความเต็มใจ อ่ะ ก็เลยขนลุกนิดนึง ฮา

แล้วตอนจบ ก็คือเด็กไปดูพ่อเค้าแสดงละคร

แล้วก็ตะโกนขึ้นมาอย่าภุมิใจว่า  พ่อหนูค่ะ พ่อหนู  อะไรแบบนี้ 

เรื่องนี้ก็น่ารักดี ^^



ที่ยุ้ยคิดว่าน่าสนใจอีกเรื่อง คือเรื่องของผู้หญิงชาวยิว

เป็นนักธุรกิจค้าเพชร ซึ่งกำลังจะเค้าพิธีแต่งงาน กับ

ผู้ชาย มาจากประเทศไรไม่รู้ จำไม่ได้ 

แต่ว่าตอนแต่งงานผู้หญิงต้องโกนหัวทั้งหมด

เรืองของเรื่อง คือ ผุ้หญิงเค้าบ่นๆ ไม่พอใจ ประมาณว่า 

ชั้นต้องทิ้งผมที่ชั้นไว้มาทั้งชีวิต ที่มีผลต่อหน้าที่การงานไป บลาๆๆ

อะไรแบบนี้ ตอนแต่งงานในพิธีแบบผู้ชาย เค้าต้องแห่เจ้าบ่าวเจ้าสาว

ผู้หญิงก็ดูไม่แฮปปี้ แต่ก็ยังยิ้มให้เจ้าบ่าวได้ แล้วมันก็ตัดไปเรื่องอื่น 

ตอนหนังใกล้ๆจะจบ ก็ตัดมาที่คู่นี้อีกที

คือเหมือนตอนนี้ผู้หญิงเค้านั่งรอผู้ชาย แล้วพอผุ้ชายมา ก็เดินจับมือกันออกไป 

 



คืแมันไม่มีอะไรมาก แต่หน้าผู้หญิงที่แสดงออกอ่ะ

มันทำให้ยุ้ยรุ้สึกคือ เค้าไม่เสียใจแล้วที่ต้องใสวิกไปตลอดชีวิต

มันดูแล้วมันอบอุ่นได้อีกกกกกก



ที่เด่นๆก็มีเท่านี้แหละค่ะ ^^ 

(นี่มั่นใจว่าย่อๆมาแล้ว?? มันยาวมากอ้ะ เหอๆ) 



NYC ที่หลายๆคนคิด อาจจะเห็นแค่ เทพีเสรีภาพ ตึกเอ็มไพร์

หรือจดจำเหตุการณ์ 911 ได้ 

คุณอาจจะเคยไปกะทัวร์ ซึ่งเค้าจะพาไปช้อปปิ้ง ไปดู Ground zero 

สถานที่อนุสรณ์ของเหตุ 911 บางที่อาจจะพาไป เฉียดๆ central park 

หรือไปโบสถ์ St. Patrick Chatedal  อาจจะนึกถึงความไฮโซ หรูหราของ 5th Avenue

ละคร  Boardway  หรือนึกถึงเมืองที่ค่าครองชีพแพงสุดในโลก



ลองมองNYC ในมุมใหม่ไหมคะ?

ลองไปสัมผัสด้วยตัวเองจริงๆ ไปเที่ยวเองเดินชมตึก ชมเมือง

ไปเดินเล่นแถว Soho หรือไปหาของอร่อยที่ Chinatown

หรือว่าไปหาออริจินอลพิซซ่าใน Little Italian  ดู

แล้วต่อที่ Time square เดินข้ามถนนเล่น หาร้าน 1Dollar แถวนั้นซื้อของ

หรือจะเดินตามบล๊อกของตึกที่ถนนตัดเป็นบล๊อกเล่นดู

ขึ้น subway อันยุ่งเหยิง นั่งคาเฟ่ริมถนนดูรถลีมูซีนคันหรูๆ 

หรือผู้คนที่เดินมาเรียกแท๊กซี่สีเหลืองสด


แล้วคุณจะรู้สึกเลยว่า ความหลากหลาย มันอยู่ที่นี่จริงๆ..

จะเริ่มสงสัยว่าผู้คนมากมายหลายภาษาทำไมถึงมาอยุ่ที่นี่ได้? 

แค่เพียงเราให้เวลาเรียนรู้กับเมืองอันแสนวุ่นวายและไม่หลับไหลนี้

จะเข้าใจ ว่าเมืองที่มีทุกอารมณ์มันเปนยังไง

จะเข้าใจถึงเมืองของแสงสีว่ามันเป็นยังไง

มาลองเป็น NEW YORKER  ดู

แล้วก็จะเข้าใจเอง ว่าทำไมทุกคนถึงได้อยากมาเหยียบที่แห่งนี้นัก


แล้วก็จะรัก NYC ไปเองโดยไม่รู้ตัว ^^

 

 

ไม่รู้ว่าเมื่อไรยุ้ยจะได้กลับไปอีก แล้วไม่รุ้ว่าจะมีโอกาสได้กลับไปไหม

ยุ้ยคิดถึง แล้วก็หลงรักเมืองนี้เอามากๆ

อยากกลับไปอีกจังเลยนะ

NEW YORK, I LOVE YOU



(การท่องเที่ยวอเมกา จ้างยุ้ยเปนพรีเซนเตอร์นิวยอร์กเลยป่ะ? ฮ่าๆๆๆ)



~แก้บคอนเนอร์พาร์ตทูว #28~


เล่นคอนเส็ด อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า

แล้วบินไปพักผ่อนที่ NYC กะเค้าบ้างดิคุณ 

เพื่อนคุณเค้าไปมาหมดแล้วนะ 

แล้วระวังจะไม่อยากกลับแบบอีจิน!

55555555



ปล. ยาวมากกกกกกกก จะมีคนอ่านไหมเนี่ยยย 

ปล. การบ้านเริ่มเยอะ

ปล. ไม่ได้ดูหนัง MJ เสียใจ เสียดาย

ปล. นุ๋ไม่อยากทำสาระนิพนธ์ กรีดร้องงง

ปล. คอมอาการหนักแล้ว แฮงค์ทุกสองนาทีจริงจัง แม่ขา ป๊าขา ซื้อให้ใหม่เหอะ T^T

ปล. เผื่องง NY กะ NYC ไม่เหมือนกันนะคะ

NY คือ จังหวัด แต่ NYC คือ เมืองหลวงของ NY ซึ่ง มี 5 เขต

Queens , Bronx , Brooklyn, Manhattan, Longs Island



YuiishOoN
View full profile